| การป้องกันและระงับอัคคีภัย [download] | |
| ไฟ คือ ปฏิกิริยาการเติมออกซิเจน ของสารใดสารหนึ่ง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีแล้วทำให้เกิดการเผาไหม้ ควัน ความร้อน | |
| แสง ไอน้ำ และอื่นๆ ตามม | |
| องค์ประกอบของไฟ มีด้วยกันอยู่ 3 อย่าง คือ | |
| 1. เชื้อเพลิง มีด้วยกันอยู่ 3 สถานะ แต่เชื้อเพลิงที่มีสถานะเป็นของแข็งและของเหลวต้องได้รับความร้อนถึงจุด | |
| จุดหนึ่งซึ่งเรียกว่า จุดวาปไฟหรือจุดคายไอ ซึ่งหมายถึงเชื้อเพลิงอยู่ในสถานะเป็นไอหรือเป็นก๊าซนั้นเอง | |
| และพร้อมที่จุดติดเป็นไฟ | |
| 2. ออกซิเจน ที่อยู่ในบรรยากาศมีอยู่ 21 % แต่ออกซิเจนที่ใช้ในการจุดติดของไฟต้องมีอยู่ในบรรยากาศ | |
| ไม่ต่ำกว่า 16% จึงจะทำให้เกิดการจุดติดขึ้นได้ | |
| 3. ความร้อน หมายถึง ความร้อนที่ไปยกอุณหภูมิจากจุดวาปไฟให้ถึง จุดติดไฟ | |
| พัฒนาการของไฟ มีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้น คือ | |
| 1. ไฟขึ้นต้น หมายถึง เมื่อไฟเริ่มเกิดตั้งแต่เวลา 0-4 นาที ทำให้เกิดความร้อนตั้งแต่ 0-200 องศาเซนเซียส | |
| 2. ไฟขั้นกลาง หมายถึง เมื่อไฟเกิดตั้งแต่เวลา 4-8 นาที ทำให้เกิดความร้อนตั้งแต่ 200-600 องศาเซนเซียส | |
| 3. ไฟขั้นรุนแรง หมายถึง เมื่อไฟเกิดตั้งแต่เวลา 8 เป็นต้นไป ทำให้เกิดความร้อนตั้งแต่ 1,000 องศาเซนเซียส | |
| ขึ้นไป | |
| อัคคีภัย คือ ภยันตรายที่เกิดจากไฟจนเกินการควบคุมสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินทั้งของประชาชน | |
| ทางราชการ รวมทั้งสภาพแวดล้อม | |
| องค์ประกอบของอัคคีภัย มีด้วยกัน 4 อย่าง คือ | |
| 1. เชื้อเพลิง หมายถึง สารใดๆ ที่สามารถจุดติดเป็นไฟได้ มีด้วยกันอยู่ 3 สถานะ | |
| แต่เชื้อเพลิงที่มีสถานะเป็นของแข็งและของเหลวต้องได้รับความร้อนถึงจุด จุดหนึ่งซึ่งเรียกว่า | |
| จุดวาปไฟหรือจุดคลายไอ ซึ่งหมายถึงเชื้อเพลิงอยู่ในสถานะเป็นไอหรือเป็นก๊าซนั้นเองและพร้อมที่จุดติดเป็นไฟ | |
| 2. ออกซิเจน หมายถึง ที่อยู่ในบรรยากาศมีอยู่ 21 % แต่ออกซิเจนที่ใช้ในการจุดติดของไฟต้องมีอยู่ในบรรยากาศ | |
| ไม่ต่ำกว่า 16% จึงจะทำให้เกิดการจุดติดขึ้นได้ | |
| 3. ความร้อน หมายถึง ความร้อนที่ไปยกอุณหภูมิจาก จุดวาปไฟ ให้ถึง จุดติดไฟ | |
| 4. ปฏิกิริยาลูกโซ่ หมายถึง การติดต่อลุกลาม ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดสิ้นสุด มีลักษณะเหมือนลูกโซ่ | |
| การเกิดเพลิงไหม้ ในพื้นที่อับจะแบ่งส่วนของห้องออกเป็น 3 ระดับ | |
| 1. ระดับ A คือ ระดับล่างสุดจะมีกลุ่มควันน้อยและพอมีออกซิเจน สำหรับหายใจ มีอุณหภูมิตั้งแต่ 0-400 องศาเซนเซียส | |
| 2. ระดับ B คือ ระดับกลางห้องจะมีกลุ่มควันหนาแน่นขึ้น และมีออกซิเจนน้อยมาก ไม่สามารถหายใจได้ มีอุณหภูมิตั้งแต่ | |
| 400-800 องศาเซนเซียส | |
| 3. ระดับ C คือ ระดับบนสุดของห้องมีกลุ่มควันหนาแน่นมาก ไม่มีออกซิเจนสำหรับหายใจ มีอุณหภูมิตั้งแต่ 800 | |
| องศาเซนเซียสขึ้นไป | |
| ขณะเกิดเพลิงไหม้ จะเกิดสิ่งต่อไปนี้ | |
| 1. ความมืด ซึ่งเกิดจากกลุ่มควัน และจากเปลวไฟ ที่ทำให้เกิดการปิดกั้นสายตา ไม่สามารถมองทะลุผ่านไปได้ | |
| 2. ความร้อน ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิที่แฝง ที่อยู่ในกลุ่มควันหรือในเชื้อเพลิง ซึ่งเกิดการคายไอ และพร้อมที่จะจุดติดไฟ | |
| 3. ไอและควัน ซึ่งเกิดจาการคายไอของเชื้อเพลิง ควันบางอย่างจัดเป็นควันพิษและเกิดภาวะการขาดออกซิเจนในขณะนั้น | |
| 4. เวลา ซึ่งในที่นี้หมายถึงเวลาที่ใช้ในการหนีไฟ จะทำการดับเพลิง หรือหนีไฟมีโอกาสเพียง 2 นาที | |
| การดับเพลิง แบ่งออกเป็น 4 อย่าง | |
| 1. กำจัดเชื้อเพลิง หมายถึง ทำให้เชื้อเพลิงเกิดการกระจัดกระจาย ไม่สามารถ รวมตัวกันมีความหนาแน่นพอ | |
| ทำให้เกิดการจุดติดไฟได้หรือกำจัด ในส่วนที่ยังไม่ได้ ไหม้ออกไปจากปฏิกิริยา | |
| 2. กำจัดออกซิเจน หมายถึง ทำให้ออกซิเจนที่จะไปรวมตัวกับ ปฏิกิริยาของเพลิง ไหม้ให้ต่ำกว่า 16 % ในบรรยากาศ | |
| 3. กำจัดความร้อน หมายถึง ลดอุณหภูมิ ของเชื้อเพลิงให้ต่ำกว่าจุดติดไฟ จะทำให้เปลวไฟดับลง | |
| และเมื่อลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่าจุดคายไอก็จะทำให้ไม่มีควัน | |
| 4. ตัดปฏิกิริยาลูกโซ่ หมายถึง ตัดการติดต่อลุกลามหรือนำสารเคมีบางอย่าง บางชนิด เข้าไปแทรกในปฏิกิริยา | |
| ทำให้เชื้อเพลิง ออกซิเจน และความร้อน ไม่สามารถรวมตัวเป็นองค์ประกอบของไฟได้ | |
| ประเภทของไฟ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามมาตราฐาน NFPA | |
| 1.ไฟประเภท A คือ ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ชนิดธรรมดา เช่น กระดาษ ผ้า หญ้า ฟาง ไม้ หรือ | |
| เชื้อเพลิงประเภทใด ๆ ที่สามารถดับด้วยน้ำได้ | |
A สีเขียว |
|
| 2. ไฟประเภท B คือ ไฟที่เกิดจาการเผาไหม้เชื้อเพลิง ชนิดของเหลว เช่น น้ำมัน ไขข้น ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ เป็นต้น | |
| การดับเพลิงทำได้โดยทำให้ออกซิเจนต่ำกว่า 16% ซึ่งเป็นการดับเพลิงที่ดีที่สุด | |
B สีแดง |
|
| 3. ไฟประเภท C คือ ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ อุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ ส่วนใหญ่เกิดจาก 3 ลักษณะคือ | |
| การลัดวงจร การต่อเชื่อม การใช้ไฟเกินขนาด วิธีการ ดับเพลิงทำได้โดยตัดกระแสไฟฟ้าก่อนทำการดับเพลิง | |
C สีน้ำเงิน |
|
| 4. ไฟประเภท D คือ ไฟที่เกิดจากการเผาไหม้โลหะ หรือสารเคมีบางชนิด ซึ่งจะมีอุณหภูมิสูงห้ามใช้น้ำทำการดับเพลิง | |
| เพราะ จะทำให้เกิดการระเบิด สิ่งที่นิยมใช้ในการดับเพลิง คือ เครื่องดับเพลิง | |
| ที่มีเครื่องหมายของไฟประเภท D อยู่ หรือ ใช้ทรายที่แห้ง ทำการดับเพลิง | |
|
|
| การติดต่อลุกลาม สามารถเกิดได้ 4 อย่างคือ | |
| 1. การนำความร้อน เมื่อโลหะได้รับความร้อนจากจุดใดจุดหนึ่ง ก็สามารถแผ่กระจายความร้อนผ่านเนื้อของโลหะ | |
| ไปยังส่วนอื่นได้ วิธีการนี้ คือการนำความร้อนโดยโลหะ | |
| 2. การพาความร้อน เมื่อเกิดความร้อนขึ้นจุดใดความร้อนก็จะหาที่สูงและเคลื่อนตัวไปอากาศเย็นก็จะเข้ามาแทนที่ | |
| ซึ่งความร้อนนั้นก็จะส่งผ่านให้กับสิ่งต่างๆ ที่เคลื่อนตัวผ่านไป วิธีการนี้ คือ การพาความร้อนโดยอากาศ | |
| 3. การส่งรังสีความร้อน เมื่อเกิดเพลิงไหม้ แม้ไม่มีโลหะหรืออากาศ ความร้อน ก็สามารถเคลื่อนตัวผ่านสิ่งต่างๆ ไปได้ | |
| โดยการแผ่รังสีความร้อน | |
| 4. การสัมผัสโดยตรง สะเก็ดลูกไฟลอยไปสัมผัสกับเชื้อเพลิงหรือ เชื้อเพลิงสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง | |
| ทำให้เกิดการลุกไหม้ต่อเนื่อง | |
| เครื่องดับเพลิงเคมีขั้นต้น แบ่งออกเป็น 6 ชนิด | |
| 1. ชนิดน้ำธรรมดา บรรจุอยู่ในถังแสตนเลส ไม่ขึ้นสนิม มีแรงดัน 100 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หัวฉีดเรียวเล็ก | |
| ใส่น้ำบริสุทธิ์ เช่น น้ำประปาประมาณ 3 /4 ของถังบรรจุน้ำ ไม่ตกตะกอน ใช้ดับไฟ ประเภท A | |
| 2. ชนิดกรด โซดา บรรจุอยู่ในถังที่ทนการกัดกร่อน ประกอบด้วย กรดกำมะถัน และ โซเดียมไบคาร์บอเนต | |
| เมื่อใช้งานทำให้กระเปาะที่บรรจุกรดกำมะถันแตกและลงไปผสมกับโซเดียมไบคาร์บอเนตทำให้เกิดปฏิกิริยาและแรงดันฉีดออก | |
| ไปดับเพลิง ใช้ดับไฟประเภท A แต่เนื่องจากเป็นอันตรายต่อผิวหนังและร่างกาย จึงหยุดการผลิตไปแล้ว | |
| 3. ชนิดเคมีโฟม ประกอบด้วยเนื้อโฟม น้ำ และอากาศ อัดด้วยก๊าซไนโตเจน ดันเอาโฟมและน้ำออกมา | |
| ผสมกับอากาศภายนอกที่หัวฉีด ทำให้เกิดฟอง และฉีดออกไปดับเพลิงโดยมีแรงดัน 100 ปอนด์ / ตารางนิ้ว | |
| ใช้ดับไฟ ประเภท A , B | |
| 4. ชนิดน้ำยาเหลวระเหย บรรจุด้วยน้ำยาชนิด ฮาล่อน หรือ คลีนอะเจ้น มีแรงดัน 125 ปอนด์/ตารางนิ้ว | |
| อัดด้วยก๊าซไนโตเจน ใช้ดับไฟ ประเภท A , B ,C | |
| 5. ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ ภายใต้แรงดัน อัดด้วยแรงดัน 1,000 ปอนด์ / ตารางนิ้ว | |
| ถังมีความหนาและน้ำหนักมาก ใช้ดับไฟ ประเภท B , C | |
| 6. ชนิดผงเคมีแห้ง บรรจุด้วยผงโซเดียมไบคาร์บอเนต อัดก๊าซไนโตรเจน ด้วยแรงดัน 195 ปอนด์/ตารางนิ้ว | |
| ใช้ดับไฟ ประเภท A , B | |
| ทำอย่างไรเมื่อเกิดเพลิงไหม้ | |
| 1. ตั้งสติไม่ตื่นเต้น จนเกินไปดูให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแจ้งให้ผู้อื่นทราบ | |
| 2. ตรวจสอบเป็นไฟประเภทใด เพื่อทำการดับเพลิงได้อย่างถูกวิธี | |
| 3. เลือกเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมในการดับไฟ และทำการดับเพลิงขั้นต้น | |
| 4. ติดต่อ หรือ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าสนับสนุนการดับเพลิง | |
| 5. ออกจากที่เกิดเหตุ และไม่กลับเข้าไปอีก | |
| หลักแห่งความปลอดภัย | |
| 1. จัดความเป็นระเบียบเรียบร้อย | |
| 2. การตรวจตราพร้อมซ่อมบำรุง | |
| 3. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ | |
| 4. ให้ความร่วมมือ | |
** นายภากร บ้านใหม่ . จพง.ป้องกันฯ 6 ** |
|
A สีเขียว
B สีแดง
C สีน้ำเงิน
