![]() |
|
|
|
|
|
ตั้งอยู่ช่วงโค้งถนนสมเด็จ ริมฝั่งแม่น้ำมูลถือเป็นวัดธรรมยุตินิกายแห่งแรกของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างในปี พ.ศ.2396 มีพระอุโบสถ |
|
| ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน หลังคาเป็นแบบไทยภาคกลาง มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ซึ่งเป็นอิทธิพลมากจีนและเวียดนาม | |
| ตัวอาคารเลียนแบบตะวันตก ส่วนฐานเป็นแบบเขมร ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระสัพพัญญูเจ้า พระพุทธรูปปางมารวิชัย | |
| ที่งดงามมาก มีหอศิลปวัฒนธรรมและ โปงไม้ตะเคียนที่ใหญ่ที่สุดในโลกและท่าน้ำมีวังอุทยานมัจฉาปลาจากธรรมชาติในแม่น้ำมูล | |
| จำนวนมาก | |
|
|
![]() |
|
| ตั้งอยู่ถนนหลวงตัดกับถนนศรีณรงค์ ในเขตเทศบาลเมือง สร้างในสมัยราชการที่ 3 ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมของอีสานที่สวยงาม | |
| และสมบูรณ์ที่สุด คือ หอไตรกลางน้ำ ที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างไทย พม่า และลาวตัวอาคารเป็นเรือนไทย | |
| แบบฝาปะกน ภายในมีตู้เก็บพระธรรมลงรักปิดทองส่วนลวดลายและสลักบนหน้าบันที่สวยงามทั้งสองด้านเป็นลักษณะของศิลปะลาว | |
|
|
|
|
|
|
| เป็นวัดที่สำคัญ วัดหนึ่ง ของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2322 มีชื่อเดิมว่าวัดใต้เทิง ความประวัติกล่าวว่าเดิมมีอยู่ 2 วัด | |
| คือวัดใต้เทิง และวัดใต้ท่า ต่อมาได้ยุบ 2 วัด มาเป็นวัดเดียวกันในปี พ.ศ.2545 เรียกว่าวัดใต้เทิงแปลว่าเหนือหรือสูงขึ้นไป | |
| ต่อมาคำว่าเทิงเลือนหายไป เหลือแต่คำว่าวัดใต้ สิ่งสำคัญวัดนี้ คืออุโบสถ สร้างด้วยศิลปะ 3 ชาติ อยู่หลังเดียวกัน | |
| คือหลังคาเป็นทรงไทยประยุกต์ส่วนฐานเป็นศิลปะขอมผสมเวียดนามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่หนัก 1 ตื้อจึงได้ชื่อว่า | |
| วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ | |
|
|
|
|
![]() |
|
| เป็นอารามหลวงตั้งอยู่นบถนนอุปราช ข้างศาลากลางจังหวัดในตัวเมืองอุบลฯ พระอุโบสถสร้างตามแบบวัดเบญจมบพิตร | |
| และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุศราคัม พระคู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จะมีการอัญเชิญพระแก้วบุศราคัม | |
| เข้าขบวนแห่ไปรอบตัวเมืองอุบลราชธานีเพื่อให้พุธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำ พระแก้วบุศราคัมแกะมาจากแก้วบุศราคัม | |
| หน้าตักกว้าง 5 นิ้วสูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 10 นิ้ว มีความงดงามมาก | |
|
|
![]() |
|
วัดบูรพาราม สร้างราว พ.ศ.2436-2453 ในสมัยพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เป็นข้าหลวงใหญ่มณฑลอุบลราชธานี |
|
| ีในครั้งนั้น ได้บริจาคทรัพย์และที่ดิน สร้างถวาย พระอาจารย์สีทา ชยเสโน ที่ท่านมานั่งวิปัสนากัมมัฏฐาน ณ ที่นี้เป็นประจำ | |
|
|
|
|
![]() ![]() |
|
เป็นวัดที่มีอุโบสถรูปเรือสุพรรณหงส์ ที่วัดบ้านนาเมืองหรือวัดสระประสานสุข เป็นอุโบสถที่แปลก ยิ่งใหญ่ และงดงามมาก |
|
| นับเป็นมุมมองใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานีเลยทีเดียว อุโบสถเป็นศิลปะไทย อุโบสถตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงส์ | |
| ์ซึ่งประดับตกแต่งด้วยเซรามิก | |
|
|
![]() |
|
เป็นวัดที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองปนะดิษฐานในพระอุโบสถ คือ พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง |
|
| เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นใน พ.ศ.2350 ทุกวันเพ็ญเดือน 5 (ประมาณเมษายน) ของทุกๆปี จะมีการทำบุญตักบาตร | |
| เทศน์มหาชาติชาดกและสรงน้ำปิดทองพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง | |
|
|
![]() |
อยู่บริเวณชานเมืองอุบลราชธานี ไปทางทิศเหนือ สร้างในปี พ.ศ.2498 |
| มี พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในโอกาสครบรอบ 25 | |
| ศตวรรษของพระพุทธศาสนาโดยจำลองแบบมาจากพุทธคยาประเทศอินเดีย | |
| เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์แบบนี้ | |
| และยังเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในการทำเทียนพรรษาอีกด้วย | |
|
|
|
|
![]() |
|
ต้นเทียนที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่ทุ่งสีเมือง เป็นลานเทียนเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา |
|
| 6 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2542 มีความสูง 28 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.4 เมตร ฐานเป็นรูปวงรีแบบไข่ ขบวนต้นเทียนจำลอง | |
| เรือพระมหาชนกพระราชนิพนธ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว | |
|
|
![]() ![]() |
|
ความภูมิใจของชาวอุบล บริเวณโดยรอบของศาลหลักเมืองและพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ถูกจัดสร้างให้เป็นสวนสาธารณะ ภายในบริเวณ |
|
| ประกอบด้วยน้ำพุที่สวยงามสนามเด็กเล่น สวนหย่อมที่มีพันธุ์ไม้ที่ให้ความร่มรื่นสวยงาม ซึ่งเทศบาลนครอุบลราชธานี | |
| ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวอุบลฯ และนักท่องเที่ยวได้มีพื้นที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ | |













