![]() |
|
![]() |
จัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ตระการตากับการแสดง ขบวนแห่สายอารยธรรม อีสาน |
| การประดับตกแต่งถนนด้วยเทียน กิจกรรมการสาธิตงานศิลปะ และงานประณีตศิลป์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุบลฯ เช่น |
| ประดิษฐ์ขันหมากเบ็ง การทอตุง การทำต้นดอกผึ้ง การประกวดแกะสลักเทียนในระดับต่างๆ มหกรรมการแสดงนาฏศิลป์ |
| ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น กิจกรรมการปฏิบัติธรรมและวิปัสนา งานพาแลง และการประกวดธิดาเทียนพรรษา |
| กิจกรรมเวียนเมียนวันอาสาฬหบูชา การจัดแสดเงรถต้นเทียนและขบวนแห่เทียนพรรษา ที่สวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา |
|
![]() |
| ในวันออกพรรษ พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ จะจัดทำเรือขึ้นในวัด บรนิเวณหน้าโบสถ์เพื่อประดับประดาดวงไฟ ให้เป็นรูปร่าง |
| ตามแต่การออกแบบ ตกกลางคืนจะนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดบูชาเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นประเพณีที่นิยมกันมากในวันออกพรรษา |
| คือ การปล่อยเรือไฟ ชาวอุบลราขธานี เรียกว่า ไหลเรือไฟ คือการนำเอาท่อนกล้วยหรือท่อนไม้มาทำเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ |
| ์หรือไม่ก็พญานาค จากนั้นเวลาประมาณทุ่มเศษก็จะมีการจุดไฟโดยใช้ขี้ไต้หรือน้ำมันยาง แล้วปล่อยเรือไฟตามกระแสน้ำ |
พร้อมด้วยมีการตีฆ้องตีกลอง มีการละเล่นรื่นเริงพร้อมกันไปด้วย ซึ่งนับว่าเทศกาลไหลเรือไฟนี้ เป็นงานเทศกาลอันยิ่งใหญ่งานหนึ่ง |
| ของจังหวัดอุบลราชธานี |
|
![]() |
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่พิธีสรงน้ำพระและขบวนแห่พระแก้วบุศราคัม ซึ่งเป็นพระพุทธรูป |
| ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของชาวอุบลราชธานี สนุกสนาน เย็นใจ ชุ่มฉ่ำ กับการเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์ พบกับการออกร้านอาหาร |
| และสาธิตการทำอาหาร 4 ชาติ คือ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียตนาม พร้อมบรรยากาศงานพาแลงที่จะทำให้ท่านอิ่มอร่อย |
| และอิ่มเอิบกับบรรยากาศ พร้อมทั้งรสชาติอาหารของเราชาวอินโดจีน |




